
รอยโรคในช่องปาก ดีกว่าไหมถ้าเจอก่อนมีอาการ
เขียนและเรียบเรียงโดย ทพ.อนุพงศ์ สุรเศรณีวงศ์ และ ทพ.พูน นทเกล้า
มีคำกล่าวว่าสิ่งใดก็ตามย่อมมีการสึกหรอตามกาลเวลาและการใช้งาน ลองมองดูกระเป๋าใบโปรดที่ใช้มานาน หรือแม้กระทั่งรถคันเก่งที่อยู่กับเรามาสิบปี เวลาที่ผ่านก็ย่อมเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องธรรมดา ใช้น้อยหน่อยก็ยังคงสภาพดี แต่ถ้าใช้เยอะๆนี้ย่อมต้องเห็นความผิดแผกไปจากเดิมอย่างแน่นอน แล้วในช่องปากของเรา ไม่ใช้แค่ฟัน แต่รวมถึงเนื้อเยื่อในช่องปากของเราที่รับทั้งของร้อนของเย็น รับแรงเสียดสีบดเคี้ยวจากอาหารต่างๆนานา ก็อาจจะมีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแย่หน่อยที่มันเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถสังเกต หรือมองเห็นได้ง่ายด้วยตัวเองถ้าไม่ได้มีอาการอะไรแสดงออกมา แล้วเราควรทำอย่างไร และมันสำคัญอย่างไร
รอยโรคบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากนั้นเป็นสิ่งที่สามารถพบได้มากขึ้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุแต่ส่วนใหญ่เกิดจากการมีปัจจัยระคายเคืองเฉพาะที่อย่างต่อเนื่องทำให้เซลล์บริเวณดังกล่าว มีการเปลี่ยนแปลงสร้างเซลล์ที่ผิดปกติจากวงจรการแบ่งเซลล์ กลายเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ เป็นรอยโรคความผิดปกติเสี่ยงมะเร็ง หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งในช่องปาก โดยปัจจัยที่พบบ่อยได้แก่ การสูบบุหรี่ การบาดเจ็บจากฟันเทียม (หลวม กัดกระแทก) การเคี้ยวหมดหรือยาเส้น แม้เรื่องบางเรื่องอาจจะดูโบราณในสมัยนี้ เช่นการที่คนยุคใหม่หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเชื่อว่าลดการับสารอันตรายบางชนิด (เช่น ทาร์ นำ้มันดิน รวมถึงคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของมะเร็ง) แต่ความร้อน หรือสารละอองลอยที่มีความเป็นพิษจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็ส่งผลต่อช่องปากไม่ต่างกัน และไม่ใช้ว่าเราจะคิดว่าเรานั้นไม่ได้มีความเสี่ยงใด ดูแลและรักษาสุขภาพช่องปากเป็นอย่างดี แต่รอยโรคความผิดปกติของเนื้อเยื่อช่องปาก อาจจะเกิดขึ้นใหม่ได้เอง ไม่ว่าจะเป็นรอยโรคกลุ่มเสี่ยงมะเร็ง หรือรอยโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันของตนเองก็ตาม และถ้าเราได้ดูในการศึกษาเกี่ยงกับความเสี่ยงมะเร็งในช่องปาก จะพบว่าในประชากรทวีปเอเชีย มีอัตราการพบรอยโรคเหล่านี้ได้ร้อยละ 10-12 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างใกล้ตัวเรามากถ้าคิดว่าเรานั่งโต๊ะรับประทานอาหารในงานเลี้ยง น่าจะมีซัก 1 คนในโต๊ะของเราที่รอยโรคในช่องปากอะไรซักอย่าง และคำถามคือ เราจะป้องกันปัญหาที่รุนแรงขนาดนี้ได้อย่างไร
ถ้าคุณไปพบทันตแพทย์ ทันตแพทย์ส่วนใหญ่จะพูดทิ้งท้ายการพบเจอในวันนั้นว่าให้มาตรวจฟันและสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือนถึง 1 ปี นี้จึงเป็นสาเหตุว่าการที่ทุกคนมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะเป็นทางออกของคำถามข้างต้น เพราะผู้ป่วยจะสามารถตรวจเจอรอยโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และเป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงของรอยโรคในช่องปากไปเป็นมะเร็งในช่องปาก ซึ่งทันตแพทย์ที่มีความใส่ใจและเชี่ยวชาญจะสังเกตุเนื้อเยื่อในตำแหน่งต่างๆในช่องปากร่วมด้วย นอกเหนือจากการดูที่ฟันเพียงอย่างเดียว เพื่อคัดกรองรอยโรคต่างๆเช่น รอยโรคสีแดง รอยโรคสีขาว แผลในช่องปาก ก้อนบวมในช่องปาก และวางแผนและให้การรักษาที่เหมาะสม ซึ่งถ้าตรวจพบ และได้รับการรักษาโดยเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสไม่ให้เกิดความวิการที่มากขึ้นตามมา
โดยสรุปแล้วการไปพบทันตแพทย์ที่คุณไว้ใจ และมีความใส่ใจในสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยที่นอกเหนือจากฟัน แต่ยังมองถึงสภาวะช่องปากโดยรวมตรงจุดอื่นด้วย เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้โรคที่รักษาหายได้กลายเป็นโรคที่ทำให้เกิดผลเสียต่อความปกติและชีวิตประจำของเรา ทั้งนี้การเกิดความตระหนักว่าสุขภาพของเนื้อเยื่อในช่องปาก ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมบูรณ์สวยงามของฟัน ก็จะทำให้ทุกครั้งที่คุณไปพบทันตแพทย์ มีความหมายมากกว่าเดิม
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

ช่องทางการติดต่อ
Office hour : จันทร์ – อาทิตย์ 10.00 – 19.30 น.
Address : เลขที่ 32/4 ชั้นที่1 ห้องเลขที่ 110 อาคารจันทร์ฟอง 2 อพาร์ทเม้นท์ เมืองแก้ว ซ.4 อำเภอบางแก้ว เขตบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Tel : 02-165-0181, 062-408-9399
E-mail : toothjourney.reception@gmail.com