2155

เหตุผลที่คนไทยนิยมฟันขาว

เขียนและเรียบเรียงโดย  ทพ.ธงชัย จิตมิตรสัมพันธ์ 

บทนำ: รอยยิ้มที่มีฟันขาวสดใสมักถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของความงามในสังคมไทยปัจจุบัน ความนิยมฟันขาวนี้เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลจากมาตรฐานความงามตะวันตก สื่อโซเชียลมีเดีย หรือความเชื่อเรื่องฟันขาวกับความมั่นใจส่วนบุคคล บทความนี้จะอธิบายปัจจัยเหล่านั้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อ

อิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกและมาตรฐานความงามของฮอลลีวูด

สังคมไทยซึมซับค่านิยมความงามแบบตะวันตกอย่างมาก โดยเฉพาะภาพลักษณ์ดาราฮอลลีวูดที่มักมีฟันขาวเรียงสวยเป็นประกาย การนำเสนอรอยยิ้มฟันขาวของคนดังเหล่านี้ผ่านสื่อต่าง ๆ ได้ทำให้ฟันขาวกลายเป็นบรรทัดฐานหนึ่งของความงาม   และส่งผลให้บางคนไม่พึงพอใจฟันของตนเองจนหันมาฟอกสีฟันหรือทำวีเนียร์เพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้รอยยิ้มแบบเดียวกัน 

ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อค่านิยมฟันขาว

โซเชียลมีเดียมีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดค่านิยมความงามสมัยใหม่ รวมถึงกระแสนิยมฟันขาว แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ Facebook ที่เต็มไปด้วยภาพรอยยิ้มฟันขาวของดาราและอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้คนไทยจำนวนมากอยากมีฟันขาวแบบเดียวกันเพื่อให้ดูดีทั้งในโลกออนไลน์และชีวิตจริง งานวิจัยโดย Abbasi และคณะ (2022) พบว่าทันตแพทย์กว่า 90% สังเกตเห็นว่าความต้องการทำทันตกรรมเพื่อความงามเพิ่มขึ้นเพราะอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย โดยหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการฟอกฟันขาว (54.7%) เนื่องจากเป็นเทรนด์บนโลกออนไลน์   แสดงว่าโซเชียลมีเดียได้สร้างค่านิยมให้ฟันขาวกลายเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา

ความสัมพันธ์ระหว่างฟันขาวกับความมั่นใจและความสำเร็จทางสังคม

การมีฟันขาวเชื่อมโยงกับความมั่นใจและภาพลักษณ์ทางสังคมที่ดี คนไทยหลายคนรู้สึกว่าการมีฟันขาวทำให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจและได้รับการยอมรับมากขึ้น งานสำรวจหนึ่งพบว่า 62.1% ของเยาวชนระบุว่าสีฟันมีผลต่อความมั่นใจของตนเอง (Mary et al., 2020)   ขณะเดียวกันงานวิจัยอื่นพบว่าฟันที่ดูสวยสะอาด (เช่น ฟันขาวเรียงตรง) มีผลต่อการรับรู้ของผู้อื่นในทางบวก ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการงาน ความน่าเชื่อถือ หรือความน่าดึงดูดทางสังคม   ผู้ที่มีฟันขาวจึงมักถูกมองว่ามีบุคลิกดีและประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า

อิทธิพลของการตลาดและโฆษณาที่กระตุ้นความต้องการผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง

การตลาดและโฆษณามีส่วนอย่างมากในการผลักดันค่านิยมฟันขาว บริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและคลินิกทันตกรรมในไทยมักเน้นย้ำผ่านสื่อว่าฟันขาวจะนำมาซึ่งรอยยิ้มที่มั่นใจและชีวิตที่ดีขึ้น งานวิจัยของ Subramanian และคณะ (2022) แสดงให้เห็นว่าการชมโฆษณาฟอกฟันขาวสามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้ชมได้จริง โดยกลุ่มตัวอย่างที่ชมโฆษณาจะให้คะแนนความน่าดึงดูดและความสำเร็จของรอยยิ้มสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ชมอย่างมีนัยสำคัญ   นอกจากนี้ผู้วิจัยยังสรุปว่าการเห็นภาพฟันขาวในสื่ออย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากมีฟันขาวมากขึ้นเช่นกัน 

มุมมองด้านสุขภาพและการดูแลฟันที่เกี่ยวข้องกับฟันขาว

ฟันขาวสะอาดมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพช่องปากที่ดี และแสดงถึงการดูแลรักษาฟันอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการรักษาความขาวของฟันจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการดูแลช่องปากของใครหลายคน อีกทั้งความนิยมฟันขาวยังจูงใจให้คนใส่ใจตรวจสุขภาพฟันประจำมากขึ้นด้วย มีงานวิจัยพบว่าหลังรับการฟอกฟันขาว ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างชัดเจน   ซึ่งสะท้อนว่าการมีฟันขาวส่งผลดีทั้งต่อความมั่นใจและความเป็นอยู่ทางสังคมของบุคคล

สรุป: สรุปแล้ว คนไทยนิยมฟันขาวเพราะอิทธิพลจากกระแสความงามตะวันตก สื่อออนไลน์ และความเชื่อว่าฟันขาวช่วยเสริมบุคลิกภาพและความสำเร็จในชีวิต นอกจากนี้การโฆษณาที่เน้นย้ำฟันขาวก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการฟอกฟันขาวมากขึ้น ด้านบวกคือค่านิยมนี้ทำให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองเพิ่มขึ้น แต่ควรตระหนักว่าฟันที่แข็งแรงและสุขภาพดีมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความขาวของฟัน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

เอกสารอ้างอิง :

  • Abbasi, M. S. et al. (2022). Impact of Social Media on Aesthetic Dentistry: General Practitioners’ Perspectives. Healthcare (Basel), 10(10), 2055  .
  • Mary, A. V. et al. (2020). Awareness about teeth whitening among young adults in south Indian population. Int. J. Adv. Res. Ideas Innov. Tech., 6(6), 20-23  .
  • Bersezio, C. et al. (2018). Color stability, psychosocial impact, and effect on self-perception of tooth whitening. Quintessence Int., 49(7), 557–566  .
  • Subramanian, S. S. et al. (2022). Effects of priming with a tooth-whitening advertisement on social perceptions. J. Dent., 127, 104334    .
  • Villalta, P. et al. (2020). Change of teeth color and its psychosocial effects with low vs. high concentration bleaching gels: One-year follow-up. BMC Oral Health, 20(1), 259  .